Omega Flightmaster 145.013
Omega Flightmaster 145.013 คือ “นาฬิกาวินเทจสำหรับสายเท่ที่มีสตอรี่” เหมาะกับนักสะสมที่ชอบของหายากแต่ยังไม่หลุดเกินงบ ลงทุนได้ถ้าเลือกของเดิมครบและสภาพดี
Omega Flightmaster 145.013 คือ “นาฬิกาวินเทจสำหรับสายเท่ที่มีสตอรี่” เหมาะกับนักสะสมที่ชอบของหายากแต่ยังไม่หลุดเกินงบ ลงทุนได้ถ้าเลือกของเดิมครบและสภาพดี
Omega De Ville Chronograph Ref. 146.017 คือหนึ่งในนาฬิกาวินเทจที่ถูกมองข้ามบ่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่กำลังเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในกลุ่มนักสะสมที่เข้าใจคุณค่า โดยเฉพาะคนที่หลงใหลใน Chronograph แบบคลาสสิกเครื่องไขลาน
ในปี 1958 Omega เปิดตัว Ranchero (Ref. CK2990) เพื่อตอบสนองตลาดที่ต้องการนาฬิกาแบบ field watch หรือ “นาฬิกาใช้งานจริง” ที่มีความทนทานสูง อ่านเวลาได้ชัดเจน และดีไซน์เรียบเท่ในยุคนั้น
Omega Chronostop เปิดตัวครั้งแรกในปี 1966 โดยตั้งใจออกแบบมาเพื่อ “นักขับรถ” ที่ต้องการจับเวลาสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว จึงได้ชื่อว่า “Chronostop” (Chronograph + Stop) โดยรุ่น Ref. ST 145.010 ถือเป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมจากไลน์นี้ ซึ่งผลิตในช่วงปลายยุค 60s – ต้น 70s
Omega Cosmic Moonphase Ref. 2473 ปี 1947: ความคลาสสิกเหนือกาลเวลา
ในโลกของนาฬิกาวินเทจ หนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมจากนักสะสมทั่วโลกคือ Omega Cosmic Moonphase Ref. 2473
Omega CK700AD เป็นนาฬิกานักบินวินเทจที่หายากและเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักสะสม ผลิตขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1930 โดยเฉพาะปี 1934 นาฬิการุ่นนี้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการที่สะท้อนถึงการออกแบบเพื่อการใช้งานของนักบินในยุคนั้น
Omega Seamaster Bullhead 146.011 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1969 เป็นหนึ่งในนาฬิกาจับเวลาหรือ “chronograph” ที่ออกแบบแหวกแนวที่สุดของโอเมก้า ด้วยรูปทรง “หัวกระทิง” (Bullhead) อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้ชื่อมาจากตำแหน่งของเม็ดมะยมและปุ่มกดที่อยู่ด้านบนของตัวเรือน เหมือน “เขา” ของวัวกระทิงนั่นเอง
เปิดตัวครั้งแรกในปีเดียวกับ Speedmaster (CK2915) และ Seamaster 300 (CK2913) โดย Railmaster มี Ref. CK2914 ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็น “tool watch” สำหรับวิศวกร ช่างเทคนิค นักวิทยาศาสตร์ — ใครก็ตามที่ทำงานใกล้กับสนามแม่เหล็ก
รหัส Reference Number ของนาฬิกา Omega รุ่นวินเทจ (ก่อนยุคปี 1970s) มีโครงสร้างที่เข้าใจไม่ยาก ถ้าแยกดูดี ๆ จะสามารถรู้ว่าเป็น รุ่นไหน / ตัวเรือนแบบใด / ระบบอะไร ได้เลย
หากพูดถึงนาฬิกาวินเทจจาก Omega ที่มีเสน่ห์จับใจและคุณค่าเหนือกาลเวลา ชื่อของ “Omega Constellation Pie-Pan Dial” คงเป็นหนึ่งในรุ่นที่นักสะสมต่างหมายปองมากที่สุด Pie-Pan ไม่ใช่แค่ชื่อเรียกสไตล์หน้าปัด แต่มันคือนิยามของความปราณีต วิศวกรรมเรือนเวลา และดีไซน์ที่สะท้อนยุคทองของนาฬิกายุค 50s-60s
ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 นาซาต้องการนาฬิกาข้อมือกลไกลเป็นอุปกรณ์สำรองให้กับระบบดิจิทัลของนักบินอวกาศ และได้เชิญผู้ผลิตนาฬิกาสี่แบรนด์ให้ส่งนาฬิกามาทดสอบคุณสมบัติในสภาวะขั้นสุดขั้วของอวกาศ นาฬิกาทุกเรือนต้องผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการทั้งความร้อนสูง ความเย็นจัด แรงสั่นสะเทือน แรงดันสูญญากาศ และความชื้น โดยมีรายงานว่านาฬิกาแบรนด์อื่นทั้ง Hamilton (นาฬิกาตัก) Rolex และ Longines ตกรอบตั้งแต่ขั้นทดสอบแรกๆ และ มีเพียง Omega Speedmaster เท่านั้นที่รอดทุกการทดสอบ ผลจากการทดสอบในปี 1965 นี้ทำให้ Speedmaster ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก NASA ว่าสามารถใช้ในภารกิจอวกาศมนุษย์ทุกชุด รวมถึงการออกปฏิบัติงานนอกยาน (EVA)
หากจะพูดถึงนาฬิกาโครโนกราฟที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก คงไม่มีใครไม่รู้จัก Omega Speedmaster โดยเฉพาะรุ่นในตำนานอย่าง Speedmaster 2915 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด