จุดเริ่มต้นของ Navitimer
- Breitling เปิดตัว Navitimer ครั้งแรกในปี 1952 โดยออกแบบมาสำหรับนักบินโดยเฉพาะ
- ใช้คำว่า “Navitimer” มาจากคำว่า Navigation + Timer
- จุดเด่นคือมี slide rule bezel สำหรับคำนวณค่าต่างๆ ที่เกี่ยวกับการบิน เช่น ความเร็ว, ระยะทาง, การบริโภคน้ำมัน ฯลฯ
- รุ่นแรกสุดที่ผลิตเพื่อจำหน่ายคือ Ref. 806
Breitling x AOPA (The Aircraft Owners and Pilots Association)
- ในช่วงต้นของการผลิต Breitling ได้ร่วมมือกับ AOPA
- Navitimer Ref. 806 บางรุ่นจึงมีโลโก้ “ปีก” ของ AOPA ที่ไม่มีคำว่า “Breitling” บนหน้าปัด
- นี่คือหนึ่งในรุ่นที่หายากที่สุดและเป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างมาก
ช่วงเวลาทอง: 1950s–1960s
- Ref. 806 ผลิตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1954 ถึงปลายยุค 1970s
- กลไกที่ใช้ในช่วงแรกคือ Venus 178 (กลไกโครโนกราฟระดับสูงของยุคนั้น)
- ต่อมาช่วงปี 1970s เปลี่ยนเป็น Valjoux 7736
ดีไซน์และรายละเอียดที่น่าหลงใหล
- หน้าปัดสีดำมีความลึกและความซับซ้อน แต่ยังอ่านง่าย
- เข็มทรง syringe (เข็มแบบฉีดยา) และ sub-dials 3 วง
- ขอบหมุนแบบ Bezel พร้อมสเกล Slide Rule
- ขนาดตัวเรือนประมาณ 40mm — ใหญ่ในสมัยนั้น แต่วันนี้ถือว่ากำลังดีสำหรับคนรักวินเทจ
ทำไมนักสะสมถึงตามหา Navitimer 806?
✅ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
- เป็นนาฬิกาที่ออกแบบโดย “นักบิน เพื่อใช้งานจริง”
- มีบทบาทสำคัญในยุค Jet Age และช่วงสงครามเย็น
✅ กลไกระดับตำนาน
- Venus 178 ถือเป็นหนึ่งในกลไกโครโนกราฟระดับสูงสุดของยุค 50s–60s
- ความเที่ยงตรง และความทนทานน่าประทับใจ
✅ ดีไซน์วินเทจอมตะ
- หน้าปัดละเอียดแต่ไม่รก
- สไตล์คลาสสิกที่ยังดูเท่แม้เวลาจะผ่านไป 60 ปี
✅ ความหายาก
- โดยเฉพาะรุ่นที่มีโลโก้ AOPA
- รุ่น early serial และหน้าปัดแบบ “all black” เป็นที่ต้องการอย่างมาก
✅ มูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- ราคาวินเทจ Navitimer 806 ดีดขึ้นทุกปี โดยเฉพาะตัวที่อยู่ในสภาพเดิมๆ
- เป็นนาฬิกาที่ไม่ใช่แค่ใส่โชว์เท่ๆ แต่ยังเป็น การลงทุน ได้ด้วย
ราคาในตลาดวินเทจ
- ปัจจุบัน (2025) ราคาเริ่มต้นประมาณ 150,000 – 350,000 บาท แล้วแต่ปีผลิต ความสมบูรณ์ และรุ่นย่อย
- รุ่น early AOPA หรือ full set อาจแตะหลัก 500,000+ บาท
เหตุผลที่ควรเก็บสะสม Breitling Navitimer 806
| จุดเด่น | รายละเอียด |
|---|---|
| ประวัติศาสตร์ | รุ่นบุกเบิกของนาฬิกานักบิน ใช้งานจริงโดยนักบินยุคเจ็ต |
| กลไกระดับตำนาน | Venus 178 กลไกโครโนกราฟยุคทอง |
| ดีไซน์ | หน้าปัดซับซ้อนแต่งามเหนือกาลเวลา |
| ความหายาก | โดยเฉพาะรุ่น AOPA, หน้าปัด early |
| มูลค่าเพิ่มขึ้น | ราคาขึ้นทุกปี เป็นทั้งของสะสมและการลงทุน |