Skip to content

จุดเริ่มต้นของ "Sport Luxury Watch"

ปี 1972 คือหมุดหมายสำคัญของวงการนาฬิกาหรู เมื่อ Audemars Piguet (AP) เปิดตัวนาฬิกา Royal Oak Ref. 5402ST ซึ่งเป็นนาฬิกาสแตนเลสเรือนแรกของโลกที่มีราคาสูงเทียบเท่านาฬิกาทองคำในยุคนั้น

จุดพลิกเกมนี้มาจากวิกฤต “Quartz Crisis” ที่ทำให้นาฬิกากลไกหลายแบรนด์สูญเสียยอดขายอย่างหนัก AP จึงตัดสินใจ “เสี่ยง” เปิดตลาดใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

ผู้ออกแบบ: Gérald Genta – ตำนานดีไซเนอร์

  • Gérald Genta ใช้เวลาออกแบบ Royal Oak เพียง คืนเดียวก่อนงาน Basel Fair
  • แรงบันดาลใจมาจาก หมวกดำน้ำของนักประดาน้ำ: ขอบ Bezel แปดเหลี่ยม + น็อตโชว์ + โครงสร้างเคสแบบ one-piece
  • ดีไซน์ของเขา ปฏิวัติแนวคิด “นาฬิกาหรู” ที่ไม่ต้องทำจากทองคำเสมอไป

จุดเด่นทางเทคนิคของ Ref. 5402

รายละเอียดข้อมูล
ปีเปิดตัว1972
วัสดุStainless Steel (รุ่น ST)
กลไกCalibre 2121 (พัฒนาร่วมกับ JLC)
ความหนาเพียง 7 มม. (บางเฉียบ)
เส้นผ่านศูนย์กลาง39 มม. – ได้ชื่อว่า “Jumbo”
หน้าปัดTapisserie pattern (ลายตารางนูนละเอียด)
ฝาหลังแบบ snap-on ไม่มีโลโก้โชว์ (รุ่น A Series)

Series และความหายาก

Royal Oak 5402 ถูกผลิตทั้งหมดประมาณ 6,000 เรือน แบ่งออกเป็น Series A, B, C, D

A Series (ปี 1972–75)

  • ผลิตประมาณ 2,000 เรือนแรก
  • หน้าปัดสลัก “AP” ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา
  • ไม่มีฝาหลังโปร่ง
  • เป็นรุ่น “Holy Grail” สำหรับนักสะสม

ทำไมนาฬิการุ่นนี้ถึง “เปลี่ยนโลก”?

  • เปิดแนวคิดใหม่: นาฬิกาหรูที่เป็น “เหล็ก” ได้ และไม่จำเป็นต้องหรูหราด้วยทอง
  • สร้างหมวดหมู่ใหม่: Sport Luxury Watch ซึ่งภายหลังกลายเป็นเทรนด์หลักของตลาด
  • เป็นต้นแบบ: ให้กับนาฬิกาอีกหลายรุ่น เช่น Patek Philippe Nautilus, Vacheron Overseas ฯลฯ
  • ราคาพุ่งแรงในตลาดวินเทจ: A-Series ในสภาพดีพร้อมกล่องใบราคาทะลุหลายล้านบาท

เหมาะกับใคร?

  • นักสะสมตัวจริงที่มองหานาฬิกาประวัติศาสตร์
  • คนที่หลงใหลในดีไซน์ของ Gérald Genta
  • นักลงทุนสายวินเทจ เพราะมูลค่ารุ่นนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และแทบไม่มีตก

วิวัฒนาการของนาฬิกา Audemars Piguet Royal Oak ตั้งแต่รุ่นบุกเบิกในปี 1972 จนถึงรุ่นล่าสุด โดยสรุปเส้นทางการเปลี่ยนแปลงหลักในแต่ละยุคของตำนานแห่ง “Sport Luxury Watch” เรือนแรกของโลก:

ยุคที่ 1: กำเนิด Royal Oak (1972–1989)

🔹 1972 – Royal Oak Ref. 5402ST “Jumbo”

  • ออกแบบโดย Gérald Genta
  • ตัวเรือนเหล็ก 39 มม. บางเฉียบ (เพียง 7 มม.)
  • กลไก Cal. 2121 (บางและแม่นยำ)
  • ลายหน้าปัด “Petite Tapisserie”
  • ราคาเปิดตัว ~3,300 ฟรังก์ สูงกว่า Rolex Submariner หลายเท่าในยุคนั้น

🔹 รุ่นอื่นๆ ตามมา:

  • Ref. 4100 (36 มม. Automatic)
  • Ref. 6005 (Quartz)
  • Ref. 25554 (Perpetual Calendar รุ่นแรกในเรือน Royal Oak)

ยุคที่ 2: Royal Oak Offshore – Sport เต็มตัว (1993–2000)

🔸 1993 – เปิดตัว Royal Oak Offshore Ref. 25721ST

  • ดีไซน์โดย Emmanuel Gueit
  • ตัวเรือนใหญ่ขึ้นเป็น 42 มม.
  • หนา ถึก หนัก สายยาง
  • ได้ฉายาว่า “The Beast”
  • เริ่มยุคของ Chronograph และ Diver แบบจริงจัง

ยุคที่ 3: Royal Oak สมัยใหม่ & ขยายไลน์ (2000–2011)

🔹 Royal Oak Dual Time, Chronograph, Tourbillon

  • เพิ่ม complications ต่างๆ เข้ามา
  • ใช้กลไก in-house มากขึ้น
  • ตัวเรือนมีหลายขนาด: 36, 39, 41, 44 มม.
  • วัสดุใหม่: Titanium, Ceramic, Forged Carbon

🔸 รุ่นสำคัญ:

  • Ref. 15300 (กลไก in-house Cal. 3120)
  • Ref. 15400 (Automatic 41 มม. กลายเป็นรุ่นยอดนิยม)
  • Ref. 15202 (ย้อนตำนาน Jumbo ด้วยกลไกบางสุด Cal. 2121)

ยุคที่ 4: Royal Oak สมัยใหม่สมบูรณ์แบบ (2012–2021)

  • ครบรอบ 40 ปี เปิดตัว 15202BA (ทองคำเหลือง), 15202IP (Platinum/Titanium)
  • รุ่นพิเศษ Audemars Piguet Concept (ดีไซน์ล้ำอนาคต)
  • การเปิดตัว Royal Oak Frosted Gold (ใช้เทคนิคการตอกพื้นผิวแบบเพชร)

ยุคที่ 5: ยุคกลไกใหม่ & จบตำนาน 2121 (2022–ปัจจุบัน)

🔸 2022 – ฉลอง 50 ปี Royal Oak

  • เปิดตัวกลไกใหม่ Caliber 7121 (แทน 2121)
  • Ref. 16202: รุ่น Jumbo ใหม่ ขนาด 39 มม. กลไก in-house
  • เพิ่มความบางและเสถียรของ rotor + Power Reserve ที่ดีกว่า
  • รุ่น “Jumbo Extra-Thin 50th Anniversary” พร้อม rotor พิเศษ

สรุปสายหลักของ Royal Oak:

สายรุ่นจุดเด่น
5402 / 15202 / 16202 (Jumbo)สายคลาสสิก วินเทจ หรูบาง
15400 / 15500 (Automatic 41mm)รุ่นใส่ง่าย หล่อเข้ม หลากสีหน้าปัด
Offshoreสายลุย ขนาดใหญ่ ถึก ทน
Conceptล้ำอนาคต ฟังก์ชันเหนือระดับ
Perpetual Calendar / Tourbillonสายซับซ้อนสำหรับนักสะสม

ตารางเปรียบเทียบ Royal Oak รุ่นยอดนิยม ทั้งสายคลาสสิกและสายโมเดิร์น เพื่อช่วยให้เข้าใจความแตกต่างชัดเจนในด้านสเปก ขนาด กลไก และความเหมาะสมในการสะสมหรือสวมใส่:

รุ่นปีเปิดตัวขนาด (มม.)กลไกจุดเด่นความนิยมสะสม
Ref. 5402ST (Jumbo Original)197239Cal. 2121รุ่นบุกเบิก ดีไซน์ Gérald Genta⭐⭐⭐⭐⭐ (สูงสุด)
Ref. 15202ST (Jumbo Modern)201239Cal. 2121สไตล์วินเทจ, สลัก AP 6 นาฬิกา⭐⭐⭐⭐☆
Ref. 16202ST (Jumbo ใหม่)202239Cal. 7121กลไกใหม่บางเฉียบ, 50th rotor⭐⭐⭐⭐☆
Ref. 15400ST201241Cal. 3120สไตล์ร่วมสมัย, สวมใส่ง่าย⭐⭐⭐☆
Ref. 15500ST201941Cal. 4302สำรองพลังงาน 70 ชม., หน้าปัดบาลานซ์⭐⭐⭐⭐
Ref. 25721ST (Offshore The Beast)199342Cal. 2226/2840ลุคสปอร์ต, ใหญ่ ถึก⭐⭐⭐☆
Ref. 26470ST (Offshore Chrono)201442Cal. 3126/3840Chronograph, ดีไซน์ทันสมัย⭐⭐⭐
Ref. 26574ST (Perpetual Calendar)201541Cal. 5134ปฏิทินถาวร, หน้าปัดเต็มฟังก์ชัน⭐⭐⭐⭐☆
Ref. 26650ST (Concept Flying Tourbillon)202044Cal. 2954ดีไซน์ล้ำ ฟังก์ชันสูง⭐⭐⭐⭐

คำแนะนำ:

  • นักสะสมวินเทจ: ควรมองหา Ref. 5402 หรือ 15202
  • ใส่งานทางการ + หรู: 16202 หรือ 15500 คือตัวเลือกลงตัว
  • สายสปอร์ตลุย: Offshore (25721, 26470) ถึก ดุดัน
  • ชอบกลไกซับซ้อน: 26574 (Perpetual Calendar), Concept Series

ราคากลางของนาฬิกา Audemars Piguet Royal Oak มือสอง ที่พบในตลาดสากล ณ กลางปี 2025 โดยแปลงเป็นเงินบาท (อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 USD ≈ 36 บาท) เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมของแต่ละรุ่น:

รุ่นปีเปิดตัวราคาประมาณ (USD)ราคาประมาณ (THB)หมายเหตุ
Ref. 5402ST1972$150,000–$250,000฿5.4–9.0 ล้านรุ่นวินเทจหายากและเป็นที่ต้องการสูง
Ref. 15202ST2012$60,000–$80,000฿2.2–2.9 ล้านรุ่น Jumbo สมัยใหม่ กลไก Cal. 2121
Ref. 16202ST2022$75,000–$90,000฿2.7–3.2 ล้านรุ่นครบรอบ 50 ปี กลไกใหม่ Cal. 7121
Ref. 15400ST2012$30,000–$32,000฿1.1–1.2 ล้านขนาด 41 มม. สไตล์ร่วมสมัย
Ref. 15500ST2019$45,000–$50,000฿1.6–1.8 ล้านกลไก Cal. 4302 สำรองพลังงาน 70 ชม.
Ref. 25721ST (“The Beast”)1993$20,000–$65,000฿720,000–2.3 ล้านOffshore รุ่นแรก ขนาดใหญ่ ถึก
Ref. 26470ST2014$22,000–$25,000฿790,000–900,000Offshore Chronograph ดีไซน์ทันสมัย
Ref. 26574ST2015$100,000–$105,000฿3.6–3.8 ล้านPerpetual Calendar หน้าปัดสีน้ำเงิน
Ref. 26650ST2020$200,000–$250,000฿7.2–9.0 ล้านConcept Flying Tourbillon ดีไซน์ล้ำ
  • ราคาขึ้นอยู่กับ สภาพเรือน, กล่อง-ใบรับรอง, ปีผลิต และความหายากของรุ่น
  • รุ่นวินเทจ เช่น 5402ST และ 15202ST มีแนวโน้มราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดสะสม
  • รุ่น Offshore เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาขนาดใหญ่และดีไซน์สปอร์ต
  • รุ่น Perpetual Calendar และ Concept เหมาะสำหรับนักสะสมที่ต้องการกลไกซับซ้อนและดีไซน์ล้ำสมัย
0 0 โหวต
การจัดอันดับบทความ
สมัครสมาชิก
แจ้งเตือนเรื่อง
0 ความคิดเห็น
เก่าแก่ที่สุด
ใหม่ล่าสุด ได้รับการโหวตมากที่สุด
การตอบรับแบบอินไลน์
ดูความคิดเห็นทั้งหมด