หากจะพูดถึงนาฬิกา Rolex ที่มีเอกลักษณ์จนกลายเป็นไอคอนของโลก GMT-Master 1675 “Pepsi” คือตัวแทนของยุคทองแห่งการเดินทางและการบินยุค Jet Age อย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ขอบสองสีที่ดูสดใส จดจำได้ทันที และคุณสมบัติการบอกเวลาสองไทม์โซนพร้อมกัน ทำให้มันเป็นนาฬิกาที่ไม่ได้เป็นแค่ “ของหรู” แต่เป็น “เครื่องมือ” สำหรับนักเดินทางตัวจริง
จุดเริ่มต้นของ GMT-Master
- GMT-Master ถือกำเนิดขึ้นในปี 1954 จากความร่วมมือระหว่าง Rolex กับ สายการบิน Pan Am เพื่อให้นักบินสามารถติดตามเวลา 2 ไทม์โซนพร้อมกัน
- GMT-Master Ref. 6542 เป็นรุ่นแรกสุด ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรุ่นปรับปรุงที่เรากำลังพูดถึงในบทความนี้ นั่นคือ Ref. 1675
Rolex GMT-Master 1675 ผลิตเมื่อไหร่?
- ผลิตตั้งแต่ปี 1959 – 1980
- นับเป็นหนึ่งในนาฬิกา Rolex ที่ผลิตต่อเนื่องยาวนานที่สุด และมีพัฒนาการของดีเทลที่หลากหลาย
- เป็นรุ่นแรกที่มาพร้อม ปุ่มกันกระแทก (crown guards) ซึ่งรุ่นก่อนหน้าอย่าง 6542 ยังไม่มี
ขอบ Pepsi คืออะไร?
- ขอบ Bezel แบบหมุนได้ (Bidirectional) ใช้สี แดง และ น้ำเงิน เพื่อแยกเวลากลางวัน-กลางคืน (Day/Night Indicator)
- ทำจาก Aluminum Insert ในยุคนั้น สีจะซีดหรือเฟดตามกาลเวลา กลายเป็นเสน่ห์ที่นักสะสมหลงรัก เช่น “Fuchsia” (สีแดงอมม่วง) หรือ “Ghost Bezel”
สเปคหลักของ GMT-Master 1675
| รายละเอียด | สเปค |
|---|---|
| ปีผลิต | 1959 – 1980 |
| ขนาดตัวเรือน | 40mm |
| ตัวเรือน | Stainless Steel (บางรุ่นมีทองคำสองกษัตริย์) |
| กลไกภายใน | Caliber 1565 (ต้นยุค), Caliber 1575 (ปลายยุค) |
| กระจก | Plexiglass พร้อมเลนส์ Cyclops |
| เม็ดมะยม | Twinlock crown |
| ขอบ Bezel | Aluminum Insert สีแดง/น้ำเงินแบบหมุนได้ |
จุดสังเกตสำคัญของ 1675 สำหรับนักสะสม
- Chapter Ring Dial (ช่วงปี 1959–1964): มีวงแหวนรอบหน้าปัด เป็นดีเทลหายาก
- Gilt Dial: ฟอนต์สีทองบนหน้าปัดดำ มักอยู่ในเรือนยุคต้น มีเสน่ห์วินเทจจัด ๆ
- Matte Dial (ปลายยุค): หน้าปัดดำด้าน ตัวอักษรขาว อ่านง่ายขึ้น
- ขอบเฟด (Faded Bezel): ยิ่งซีด สียิ่งสวย ยิ่งหายาก ราคายิ่งสูง
เข็ม GMT สีแดงปลายสามเหลี่ยม: ถือเป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้
วิธีดู Rolex GMT 1675 Pepsi แท้/ปลอม
การแยกแท้หรือปลอมในนาฬิกาวินเทจต้องใช้ความรู้ละเอียด โดยเฉพาะรุ่นฮิตอย่าง GMT 1675 ที่ถูกก๊อบจำนวนมาก นี่คือวิธีเบื้องต้นในการตรวจสอบ:
Serial Number และ Reference
- หมายเลขรุ่น (Ref. 1675) ต้องอยู่ระหว่างขา (lug) บริเวณ 12 นาฬิกา
- Serial Number ต้องตรงกับช่วงปีที่ผลิต เช่น
- ปี 1965: เริ่มต้นประมาณ 1.2 ล้าน
- ปี 1975: ประมาณ 4.0-4.5 ล้าน
หน้าปัด (Dial)
- Gilt Dial (ตัวหนังสือสีทอง) ใช้ช่วงปี 1959–1966
- Matte Dial (ตัวหนังสือสีขาว) ใช้หลังจากนั้น
- ฟอนต์ต้องคม ไม่มีเบลอ ตัวอักษร “GMT-MASTER” ต้องวางตำแหน่งสมมาตร
ขอบ Bezel
- สีแดง-น้ำเงิน “Pepsi” ควรมีเฟดอย่างธรรมชาติในเรือนวินเทจ
- ขอบที่ใหม่เกินหรือสีจัดจ้านเกินไป อาจเป็นของ aftermarket หรือปลอม
เข็ม GMT
- เข็ม GMT ควรเป็นทรงสามเหลี่ยมปลายแดง (Red Hand)
- ความยาวต้องพอดีกับสเกล 24 ชม.
กลไก
- Cal. 1565 (4Hz ไม่มี Quickset)
- Cal. 1575 (มี Quickset วันที่ช่วงหลังปี 1970)
- ต้องมีเครื่องหมาย “ROLEX” สลักในเครื่อง
อะไหล่ตรงรุ่น Rolex 1675: เช็กก่อนซื้อ ไม่ย้อมแมว
กระจก
- รุ่นดั้งเดิมใช้กระจก Plexiglass (อะคริลิก) ทรงโดม (Tropic 38)
- ไม่ควรเปลี่ยนเป็นแซฟไฟร์ เพราะผิดยุค
สาย
- สายตรงรุ่นคือ Oyster Rivet หรือ Jubilee 6251H
- ดูโค้ดที่ตัวล็อก (Clasp Code) ต้องตรงกับช่วงปี เช่น Clasp Code “I 72” = กันยายน 1972
ฝาหลัง
- ด้านในฝาหลังต้องมีสลัก “1675” และสัญลักษณ์ “Montres Rolex S.A. Geneva Switzerland”
เม็ดมะยม
- ควรเป็นรุ่น Twinlock ขนาด 7 มม.
- มีโลโก้มงกุฎนูนและขอบเรียบ
ซื้อ Rolex GMT 1675 Pepsi อย่างไรให้คุ้มค่า
Rolex GMT Master 1675 Pepsi ไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่คือ “ของสะสมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์” หากคุณคิดจะซื้อ ควรตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด หรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านวินเทจโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงของปลอม หรืออะไหล่ย้อมแมวที่อาจทำให้คุณเสียทั้งเงินและความรู้สึก
ราคาตลาด (ปี 2568 โดยประมาณ)
| สภาพ / สเปคพิเศษ | ราคาประเมิน (THB) |
|---|---|
| รุ่น Gilt Dial | 500,000 – 900,000 บาท |
| รุ่น Matte Dial | 400,000 – 700,000 บาท |
| Chapter Ring + Box/ใบ | 1,000,000+ บาทขึ้นไป |
| ขอบสีหายาก (Fuchsia ฯลฯ) | ขึ้นอยู่กับสีและความสวย อาจสูงถึง 1.5 ล้าน+ |
ถ้าคุณหลงใหลในยุค 60s-70s ชอบความเท่แบบนักบิน และต้องการนาฬิกาที่มีทั้งฟังก์ชันและดีไซน์อมตะ Rolex GMT-Master 1675 “Pepsi” คือเรือนเวลาที่ไม่ควรพลาด